เรียนรู้ความผิดพลาดทางภาษีที่พบบ่อยของ SME เพื่อวางแผนป้องกันไม่ให้ต้องเสียค่าปรับและเงินเพิ่มให้กับสรรพากรโดยไม่จำเป็น
ปัญหาภาษีที่ SME ยุคนี้ต้องระวัง!
เรื่องภาษีเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการหลายคนส่ายหน้าหนี แต่การหนีไม่ช่วยแก้ปัญหา หนำซ้ำอาจทำให้เกิด "เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม" ก้อนโตในภายหลัง จากประสบการณ์ที่ PKK ได้ดูแลลูกค้าหลากหลายธุรกิจ เราพบว่านี่คือ 5 ปัญหาภาษียอดฮิตที่ผู้ประกอบการมักจะพลาดกันมากที่สุดครับ
### 1. แยกกระเป๋าเงินส่วนตัวกับเงินบริษัทไม่ออก
นี่คือปัญหาคลาสสิกอันดับ 1 เมื่อจดทะเบียนบริษัทแล้ว เงินของบริษัทคือของบริษัท เงินของเจ้าของคือของเจ้าของ การโอนเงินจ่ายค่าไฟบ้าน ค่าเทอมลูก หรือค่ากินข้าวส่วนตัว ออกจากบัญชีบริษัทโดยไม่เกี่ยวข้องกับกิจการ ถือเป็น "รายจ่ายต้องห้าม" หากสรรพากรตรวจพบ จะถูกบวกกลับไปเป็นกำไรและต้องเสียภาษีเพิ่ม
วิธีแก้: เปิดบัญชีแยกกันให้ชัดเจน หากต้องการใช้เงิน ให้จ่ายเป็น "เงินเดือน" หรือ "เงินปันผล" ออกมาให้ถูกต้อง
### 2. เข้าใจผิดเรื่อง ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%)
ผู้ประกอบการหลายคนรายได้เติบโตเร็วมากจนยอดขายเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี แต่ไม่รู้ตัวว่า ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) หรือบางคนรู้แต่ตั้งใจหลบเลี่ยง ปัญหาคือเมื่อสรรพากรใช้ระบบ Big Data และ e-Payment ตรวจสอบพบ การโดนประเมิน VAT ย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับ 2 เท่า และเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน อาจทำให้ธุรกิจล้มละลายได้เลย
วิธีแก้: มอนิเตอร์ยอดขายอย่างใกล้ชิด เมื่อใกล้แตะ 1.8 ล้านบาท ให้รีบดำเนินการจด VAT ทันที
### 3. มีรายจ่าย แต่ไม่มีบิล (ขอใบเสร็จไม่ได้)
ธุรกิจจำนวนมากมีการซื้อของจากตลาดสด ซื้อจากบุคคลธรรมดา หรือจ้างฟรีแลนซ์ ซึ่งคนเหล่านี้ไม่สามารถออกใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษีที่สมบูรณ์ให้ได้ ทำให้กิจการมี "ค่าใช้จ่าย" เกิดขึ้นจริง แต่เอามาหักภาษีไม่ได้เพราะไม่มีหลักฐาน
วิธีแก้: ทำเอกสาร "ใบสำคัญรับเงิน" (Receipt Voucher) พร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชนผู้รับเงิน หรือทำบิลเงินสดที่มีการระบุรายละเอียดครบถ้วน
### 4. ลืมหักภาษี ณ ที่จ่าย (WHT) หรือหักผิดอัตรา
กฎหมายกำหนดให้ผู้จ่ายเงิน (ที่เป็นนิติบุคคล) ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายเมื่อมีการจ่ายค่าบริการ ค่าเช่า ค่าจ้างทำของ ฯลฯ และนำส่งสรรพากรภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป หลายคนลืมหัก หรือหักผิดอัตรา (เช่น ค่าขนส่ง 1%, ค่าโฆษณา 2%, ค่าบริการ 3%)
วิธีแก้: มีระบบตรวจสอบการจ่ายเงินทุกครั้ง และทำงานร่วมกับสำนักงานบัญชีที่คอยแจ้งเตือนรายการที่ต้องหักภาษี
### 5. ทำบัญชี 2 เล่ม (หลบภาษี)
ในอดีตหลายธุรกิจนิยมทำบัญชีเล่มหนึ่งให้สรรพากรดู (กำไรน้อยๆ) และอีกเล่มของจริงเก็บไว้ดูเอง แต่ในยุคปัจจุบัน สรรพากรเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานต่างๆ (เช่น ธนาคาร, กรมศุลกากร, e-Marketplace) ทำให้การซ่อนรายได้ทำได้ยากมาก และมีความเสี่ยงสูงที่จะโดนคดีอาญา
วิธีแก้: หันมาทำ "บัญชีเล่มเดียว" นำรายได้และรายจ่ายทั้งหมดเข้าระบบให้ถูกต้อง และใช้วิธี "วางแผนภาษี (Tax Planning)" อย่างถูกต้องตามกฎหมายแทน
> อย่ารอให้จดหมายจากสรรพากรส่งมาถึงบ้าน! ปัญหาภาษีป้องกันได้ด้วยการวางแผนที่ดีตั้งแต่ต้น ปรึกษาทีมผู้เชี่ยวชาญของ PKK Business Consultant เพื่อตรวจสุขภาพภาษีของธุรกิจคุณวันนี้ครับ
ให้เราเป็นเพื่อนคู่คิดในธุรกิจของคุณ
หากคุณมีคำถามหรือต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติม ทีมงาน PKK พร้อมให้ความช่วยเหลือ
ติดต่อสอบถามทีมงาน